
“ลิเวอร์พูล” หงส์แดง ในสมัยผู้จัดการทีม พบร์เก้น คล็อปป์ มีการเสริมกองทัพที่ตรงเป้ามาก แล้วก็โน่นเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาก้าวขึ้นมาเป็นชมรมที่แกร่งมากมายๆในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่แมื่อฤดูก่อนที่จะได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ต่อยอดมาในช่วงฤดูกาลนี้ที่สอยถ้วย ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ, สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คลับ เวิลด์ คัพ และก็ในเวลานี้กำลังอยู่บนทางที่จะครอบครองแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาครอบครอง พร้อมเลิกฝันร้ายไม่มีแชมป์ลีกมานานร่วม 3 ทศวรรษ ซึ่งปัจจุบัน เดลี่ สตาร์ สื่อโด่งดังของอังกฤษ ได้จัดลำดับ 10 ยอดเยี่ยมการเซ็นสัญญาในประวัติศาสตร์ชมรม หงส์แดง ซึ่งก็แน่ๆว่า จะเน้นไปในตอนยิ่งใหญ่สมัยปี 70 และก็ 80 รวมทั้งชุดเฉียดฉิวแชมป์ลีกเมื่อฤดู 2013/14 และก็ชุดปัจจุบันนี้ภายใต้การนำกองทัพของ คล็อปป์
10. ซามี่ องค์การอนามัยโลกเปีย จาก วิลเล่ม ทเว เมื่อปี 1999, ค่าตอบแทน 2.5 ล้านปอนด์ (โดยประมาณ 102.5 ล้านบาท) ຄາສິໂນອອນລາຍ
ย้ายมาร่วมทีมในแบบที่เกือบจะไม่มีผู้ใดรู้จักมาก่อน แม้กระนั้นท้ายที่สุด องค์การอนามัยโลกเปีย ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นอย่างยิ่งสำคัญในแนวรับของ หงส์แดง แถมยังได้เป็นกัปตันกลุ่มตอนหนึ่งด้วย และก็แน่ๆว่า เขาเป็นตำนานกองหลังตัวกลาง คนถึงในถิ่น แอนฟิลด์ โดยที่ครองแชมป์ได้ 6 รายการภายใต้ยูนิฟอร์ม “ลิเวอร์พูล”
9. ฟิลิปกระเป๋า คูตำหนินโญ่ จาก อินเตอร์ มิลาน เมื่อปี 2013, ค่าจ้าง 8.5 ล้านปอนด์ (ราวๆ 348.5 ล้านบาท)
หากแม้มิได้แชมป์รายการใดๆก็ตามกับ หงส์แดง แม้กระนั้น คูติเตียนนโญ่ เป็นหนึ่งสำหรับเพื่อการเซ็นสัญญาที่คุ้มมากมายๆเนื่องจากว่าตลอดเวลา 5 ปีในถิ่น แอนฟิลด์ เจ้าตัวทำผลงานได้ดีเยี่ยม โดยยิ่งไปกว่านั้นในช่วงฤดูกาล 2013/14 ที่ช่วยกลุ่มแทบได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ก่อนถูกขายไปให้ บาร์เซโลน่า ตอนมกราคมปี 2018 ด้วยค่าตอบแทนอย่างมากมายถึง 142 ล้านปอนด์ (ราวๆ 5,822 ล้านบาท)
8. อลีสซง เบ็คเกอร์ จาก อาแอส โรม่า เมื่อปี 2018, ค่าตอบแทน 66.8 ล้านปอนด์ (ราว 2,738.8 ล้านบาท)
แม้ว่าซื้อมาจาก โรม่า ด้วยค่าจ้างแพงเป็นสถิติโลกสำหรับผู้เล่นตำแหน่งผู้เฝ้าประตูในในเวลานั้น แม้กระนั้น อลีสซง ได้เข้ามาปรับปรุงข้อด้อยในตำแหน่งนี้ของกลุ่มได้อย่างไร้ที่ติเตียน กระทั่งแปลงเป็นกำลังสำคัญที่ “ลิเวอร์พูล” จำเป็นเลยณ ตอนนี้
7. หฝ่าส์ ซัวเรซ จาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เมื่อปี 2011, ค่าจ้าง 22.8 ล้านปอนด์ (ราวๆ 934.8 ล้านบาท)
ยอดศูนย์หน้าชาวอุรุกวัย ทำผลงานได้คุ้มตัวสุดๆจากการที่ซ้ำๆ 82 ประตู จากการลงเล่นรวมทุกรายการ 133 นัดหมาย ตลอดเวลา 3 ปีครึ่งในถิ่น แอนฟิลด์ ก่อนถูกขายไปให้ บาร์เซโลน่า ด้วยค่าจ้าง 65 ล้านปอนด์ (ราวๆ 2,665 ล้านบาท) ในตอนซัมเมอร์ปี 2014 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูกาลในที่สุดกับกลุ่มนั้น เจ้าตัวคว้าตำแหน่งดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก (31 ประตู) พร้อมทั้งซิวรางวัลนักฟุตบอลเยี่ยมที่สุดที่ปีของ พีเอฟเอ
6. อลัน แฮนสังเวย จาก พาร์ทิค ธีสเซิ่ล เมื่อปี 1977, ค่าจ้าง 100,000 ปอนด์ (ราว 4.1 ล้านบาท)
ย้ายมาด้วยค่าตอบแทนแสนเดียว แต่ว่าเปลี่ยนเป็นยอดเยี่ยมตำนานปราการหลังของ “ลิเวอร์พูล” โดยตลอดช่วงเวลา 13 ปีที่อยู่กับกลุ่มนั้น แฮนสังเวย ลงเล่นไปทั้งมวล 620 นัดหมาย ทำเป็น 14 ประตู รวมทั้งบรรลุผลสำเร็จอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการคว้าชัยชนะลีก 8 ยุค, เอฟเอ คัพ 2 ยุค, ลีก คัพ 4 ยุค, ยูโรเปี้ยน คัพ 3 ยุค รวมทั้ง ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1 ยุค
5. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จาก อาแอส โรม่า เมื่อปี 2017, ค่าจ้าง 37.8 ล้านปอนด์ (ราว 1,549.8 ล้านบาท)
สามารถยกฐานะขึ้่นมาเป็นศูนย์หน้าแถวหน้าของโลก ตั้งแต่แมื่อเดินตบเท้าไปสู่รัง แอนฟิลด์ โดยจนกระทั่งในเวลานี้ ซาลาห์ กดไปแล้วถึง 91 ประตู จากการลงเล่น 144 นัดหมาย และก็ดีกรีที่ไม่ธรรมดาเป็น เป็นเจ้าของตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุด พรีเมียร์ลีก 2 ยุคติด ในช่วงฤดูกาล 2017/18 (32 ประตู) แล้วก็ 2018/19 (22 ประตู) ซึ่งอันข้างหลังครอบครองร่วมกับ ซาดิโอ มาเน่ แล้วก็ ปิเครื่องปรับอากาศ-เอเมอริค โอบาเมย็อง ด้วยผลงานระดับนี้ บอกเลยว่าคุ้มมากกว่าคุ้มกับค่าจ้าง 37.8 ล้านปอนด์
4. จอห์น บาร์นส์ จาก วัตฟอร์ด เมื่อปี 1987, ค่าจ้าง 900,000 ปอนด์ (ราวๆ 36.9 ล้านบาท)
นี่เป็นอีกหนึ่งตำนานแถวหน้าของ หงส์แดง โดย บาร์นส์ ย้ายมาจาก วัตฟอร์ด ในฐานะนักฟุตบอลที่โดนจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งในสมัยนั้น แม้กระนั้นแรงกดดันต่างๆนานาไม่อาจจะทำอะไรเขาได้ เนื่องจากผลงานทำ 108 ประตู จากการลงเล่น 407 นัดหมาย (ปี 1987-1997) สามารถทดแทนทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างดีเยี่ยม แล้วก็ด้วยลีลาท่าทางการเล่นอันพลิ้วไหว, เลี้ยงบอลติดเท้า และก็จบสกอร์ได้อย่างเฉียบคม ทำให้ บาร์นส์ ได้รับการชื่นชมให้เป็นนักฟุตบอลที่เล่นน่าตื่นเต้นเยอะที่สุดคนหนึ่งในถิ่น แอนฟิลด์
3. เหม็นเบื่อ รัช จาก เชสเตอร์ สิตี้ เมื่อปี 1980, ค่าตอบแทน 300,000 ปอนด์ (ราวๆ 12.3 ล้านบาท)
แทบจะไม่ต้องชี้แจงคุณประโยชน์อะไรมากมาย สำหรับตำนานเพชรฆาตหน้าติดหนวดคนนี้ เพราะว่าเขาเป็นผู้เล่นที่ทำแต้มมากมายสุดตลอดไปของ หงส์แดง ที่ปริมาณ 346 ลูก (จากการลงเล่น 660 นัดหมาย) แถมบรรลุเป้าหมายร่วมกับกลุ่มเยอะมาก โดยยิ่งไปกว่านั้นการได้แชมป์ลีก 5 ยุค, เอฟเอ คัพ 3 ยุค, ลีก คัพ 5 ยุค แล้วก็ ยูโรเปี้ยน คัพ 2 ยุค
2. เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ จาก เซาธ์หมูแฮมป์ตัน เมื่อปี 2018, ค่าตอบแทน 75 ล้านปอนด์ (ราวๆ 3,075 ล้านบาท)
ในขณะนั้นผู้คนจำนวนมากคงจะตั้งข้อซักถามว่า เพราะอะไร หงส์แดง ถึงยอมฟาดเงินโต 75 ล้านปอนด์ ดึงปราการหลังที่ไม่ใช่ตัวท็อปๆอย่าง ฟาน ไดค์ มาร่วมทีม แม้กระนั้นเวลานี้ทุกคนที่เคยสงสัยคงจะได้คำตอบที่กระจ่างแล้ว เนื่องจากมันไม่ได้ง่ายเลย กับการที่นักฟุตบอลเพียงผู้เดียว จะเข้ามาช่วยยกฐานะกลุ่มได้แบบทันตา แม้กระนั้น… ฟาน ไดค์ ทำเป็น ด้วยเหตุนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องเกินเลยที่จะกล่าวว่า “ลิเวอร์พูล” บางทีอาจไม่มีทางนี้ หากมิได้ตัว ฟาน ไดค์ มาร่วมทีมในวันนั้น
1. เคนนี่ ดัลกลิช จาก เซลว่ากล่าวก เมื่อปี 1977, ค่าตอบแทน 440,000 ปอนด์ (ราว 18.04 ล้านบาท)
ไม่ใช่เรื่องน่าฉงนใจที่ “คิง เคนนี่” รั้งชั้น 1 เพราะเหตุว่าเขาเป็น ราชาที่ หงส์แดง ที่สาวก “เดอะ ค็อป” ผู้คนจำนวนมากชูให้เป็นนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดชั่วกัลปวสานของสมาคม โดย ดัลกลิช ย้ายมายังถิ่น แอนฟิลด์ ด้วยค่าจ้างเป็นสถิติสมาพันธ์ในเวลานั้น และก็จากนั้นเขาก็ช่วยสร้างความโหฬารให้กับ “ลิเวอร์พูล” ด้วยการครอบครองแชมป์ลีก 6 ยุค, เอฟเอ คัพ 1 ยุค, ลีก คัพ 4 ยุค และก็ ยูโรเปี้ยน คัพ 3 ยุค มันยังไม่ใช่แค่นี้ ในฐานะผู้จัดการทีมฟุตบอล เขายังพา “ลิเวอร์พูล” คว้าชัยชนะลีก 3 ยุค, เอฟเอ คัพ 2 ยุค แล้วก็ ลีก คัพ 1 ยุคด้วย