แชมป์ยุโรป 2 ถ้วย 2 ปีซ้อนรวมทั้งแชมป์เก่าที่ห่วยที่สุดในประวัติศาสตร์ (2011 – เดี๋ยวนี้)
นักฟุตบอลเชลซีกำลังสังสรรค์แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดู 2014-15
แชมป์ยูโรปาลีกยุคลำดับที่สองของเชลซี ฤดู 2018-19
ฤดูกาล 2011-12 เป็นฤดูกาลที่เยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ชมรม เมื่อพวกเขาเข้าชิงแชมป์บอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกและก็เอาชนะชมรมบอลบาเยิร์นไม่วนิกสำหรับการดวลจุดลูกโทษ โดยพวกเขาเกือบแพ้เมื่อโทมัส มึลเลอร์โหม่งผ่านปีเตอร์ เช็กเข้าไป แม้กระนั้นในนาทีที่ 88 ดีดีเย ดคอยกบาก็โหม่งผ่านมานูเอล นอยเอ้อร์ตีเสมอเป็น 1-1 แล้วก็ดวลจุดลูกโทษเอาชนะ 4-3 แล้วก็เป็นแชมป์ไปสุดท้าย ทั้งยังยังครอบครองแชมป์เอฟเอคัพได้อีกยุคด้วยการเอาชนะหงส์แดงในรอบชิงแชมป์ ถึงแม้ในลีกจะจบเพียงแต่ที่6ก็ตาม ปีถัดมา ราฟาเอล เบนิเตซได้เข้ามาคุมกลุ่มแล้วก็ครอบครองแชมป์ยูฟ่ายูโรปาลีกไปได้จากการเอาชนะชมรมบอลไบฟีกา 2 ประตูต่อ 1 จากประตูชัยของ เฟร์นานโด โคนร์เรส และก็ บรานิสลาฟ อีวานอวิช ในปีถัดมาพวกเขาได้ดึงโชเซ มูรีนโยกลับมาคุมกลุ่มอีกรอบ แม้กระนั้นมิได้แชมป์อะไรเลยในปีแรก แต่แล้วพอถึงปีถัดมาพวกเขาคว้าดับเบิ้ลแชมป์ด้วยการคว้าชัยชนะพรีเมียร์ลีก ฤดู 2014–15 ได้เสร็จ แล้วก็คว้าชัยชนะแคปิตอลวันคัพด้วยการเอาชนะชมรมบอลทอตนัมฮอตสเปอร์ไป 2-0 จากจอห์น เทอร์ปรี่และก็ เดียโก โกสตา ຄາສິໂນອອນລາຍ
ในช่วงฤดูกาล 2015-16 พวกเขามากับความมุ่งหวังที่สูงมากมาย แม้กระนั้นพวกเขาไม่สามารถที่จะเอาชนะได้เลยในปรีฤดูกาล แล้วก็แพ้ศึกเอฟเอคอมไม่วนิตีชีลด์ต่ออาร์เซนอลไป 0-1 รวมทั้งเป็นครั้งแรกด้วยที่โชเซ มูรีนโยแพ้ให้กับอาร์แซน แวงเอ็งร์ด้วย แล้วก็พวกเขาแพ้ได้ทุกครั้งมไม่เว้นกระทั่งสมาชิกใหม่จากการปราชัยสมาพันธ์บอลบอร์นมัทไป 0-1 และก็ภายหลังจากการแพ้เลสเตอร์สิตี 1-2 ทำให้อบราโมวิชจะต้องตกลงใจปลดโชเซ มูรีนโยออก แล้วก็ดึงกุส ฮิดดิ้งค์เข้ามาแทน ถึงแม้ว่าจะดียิ่งขึ้นบ้าง แต่ว่าก็เสมอบ่อยครั้ง แล้วก็ไม่เข้ารอบทุกถ้วยที่ลงเล่น ทำให้จบฤดูด้วยชั้น10มิได้ไปบอลระดับทวีป ในปีถัดมาอันโตนีโอ กอนเตได้เข้ามาคุมกลุ่มข้างหลังจบศึกยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศสและก็ทำทีมชนะสามครั้งแรก ก่อนจะเสมอให้กับสมาคมบอลสวอนซีไป 2-2 ต่อไปก็แพ้หงส์แดง 1-2 และก็แพ้อาร์เซนอล 0-3 แม้กระนั้นภายหลังได้แปลงแผนเป็น 3-4-3 พวกเขาก็ชนะ 13 นัดหมายรวดเป็นสถิติสมาพันธ์ ก่อนจะปราชัยท็อตแนมฮ็อทสเปอร์สไป 0-2 ที่ไวต์ฮาร์ทเลน และก็ยังไม่แพ้คนใดกันภายหลังแพ้ท็อตแน่มอีกเลยจนตราบเท่าพ่ายแพ้ให้กับคริสตัลพาเลซ 1-2 ติดอยู่สแตมฟอร์ดบริดจ์ แต่ว่าก็สามารถครอบครองแชมป์ได้ภายหลังจากการเอาชนะเวสบรอมไม่ชอัลเบี้ยนไป 1-0 ที่เดอะฮอว์ธอร์นส์ ก่อนที่จะทำสถิติแชมป์ที่ชนะ 30 นัดหมายรวดในเวลาถัดมา ถัดมาในช่วงฤดูกาล 2017-18 เชลซีเสียท่าพ่ายแพ้เบิร์นลีย์ 2-3 ในครั้งแรก แต่ว่าในนัดหมายต่อๆมา ก็สามารถรักษามาตรฐานของตนไว้ได้ จวบจนกระทั่งด้านหลังฤดูกลับฟอร์มหลุดซนๆจากที่เคยประกันพื้นที่ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก แปลงเป็นหลุดและก็ไป ยูฟ่ายูโรปาลีก แทน เชลซีได้ปลดกอนเตแล้วก็ให้ เมาริสิโอ ซาร์ปรี่ เข้ามาคุมกลุ่มแทน เขาได้สร้างสถิติชนะหลายนัดหมายร่วมกับหงส์แดงรวมทั้งแมนซิตี้ แต่ว่าเล่นไปเล่นมาผลงานกลับสะดุดซนๆแล้วก็แพ้บอร์นมัธไปถึง 0-4 ทำให้อนาคตของซาร์ปรี่ในตอนนั้นไม่ค่อยดีนัก รวมทั้งถูกแมนเชสเตอร์สิตีกระหน่ำแบบหมดสภาพไปถึง 0-6 แพ้เหลวที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกของสมาคมเชลซี แถมยังไม่เข้ารอบเอฟเอคัพด้วยการปราชัยแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 0-2 ค้างเดอะบริดจ์ รวมถึงการพ่ายแพ้จุดลูกโทษแมนฯ ซิตี้ในศึกลีกคัพสำหรับในการดวลจุดลูกโทษ 3-4 แม้กระนั้นโน่นเป็นลางดีเพราะเหตุว่าการจัดการแมนฯ ซิตี้ในเวลา 120 นาทีได้เสร็จ แต่ว่าก็มีปัญหาเมื่อเกขว้าง อาร์ริซาบาลากาดันฝ่าฝืนคำสั่งให้สลับตัวของเมาริสิโอ ซาร์รีทำให้หลายๆคนวิตกกังวลถึงสปิริตของกลุ่ม ซึ่งทั้งสองก็ออกมาขออภัยพร้อมสรรพ พร้อมการดร็อปเกขว้างในนัดหมายที่เอาชนะท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์สไป 2-0 และก็นัดหมายถัดมาก็เอาชนะฟูแลมไป 2-1 ถึงคราวเวนคอตเทจโดยที่เกขว้างได้ลงสู่สนาม นับเป็นสัญญาณที่ดีของความข้องเกี่ยวของทั้งสอง ต่อจากนั้นเชลซีแม้ว่าจะสะดุดบ้าง แต่ว่าเนื่องจากว่าอีกสามกลุ่มที่ชิงสามลำดับแรกสะดุดทั้งปวง ทำให้เชลซีสามารถคว้าสามลำดับแรกได้เสร็จ ส่วนในบอลสมาคมยุโรปอย่างยูฟ่า ยูโรปาลีก พวกเขาชนะทุกนัดหมายตั้งแต่รอบ 32 กลุ่มถึงรอบ 8 กลุ่มท้ายที่สุด จนตราบเท่าสะดุดในรอบรองชนะเลิศกับไอน์ทรัคค์ แฟรงค์เฟิร์ต ด้วยการเสมอ 1-1 ทั้งคู่นัดหมาย แต่ว่าก็สามารถชนะจุดลูกโทษได้ด้วยสองเซฟของเกขว้าง เข้าชิงแชมป์กับอาร์เซนอลที่กรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน และก็เอาชนะไปได้อย่างล้นหลาม 4-1 ด้วยประตูของ ชิรูด์,อาซาร์,และก็เปโดร ครองแชมป์ยูโรปาลีกยุคลำดับที่สอง รวมทั้งยังเป็นแชมป์แรกในชีวิตของ เมาริสิโอ ซาร์รี ตั้งแต่ดำเนินการผู้จัดการทีมมาด้วย
แม้กระนั้นจากนั้นเชลซีก็จำเป็นต้องเสียทั้งยังเอแด็ง อาซาร์, ดาวิด ฝ่าส์ รวมถึงผู้จัดการทีมอย่างเมาริสิโอ ซาร์รี แล้วก็ยังไม่อาจจะซื้อนักฟุตบอลอีกทั้งฤดู 2019-20 ได้จากการไม่ถูกกฏผู้เล่นเยาวชนถึง 31 คน แต่ว่าแฟนเชลซีก็ได้ยินดีอีกทีเมื่อได้แฟรงค์ แลมพาร์ด มาคุมกลุ่ม รวมทั้งยังได้ปลูกถ่ายผู้เล่นคนจำนวนไม่น้อย ด้วยนักฟุตบอลที่มีไม่มากมายทำให้ทีแรกๆเชลซีฟอร์มไม่นิ่งเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งครั้งแรกที่ถูกแมนฯ ยูกระหน่ำถง 4-0 แต่ว่าเมื่อปรับพฤติกรรมได้แล้ว เชลซีก็มีฟอร์มที่รุนแรงในลีก ชนะ 6 นัดหมายรวด